ใหญ่ขึ้น 10 เท่า เก่งขึ้นแค่ไหน
กฎการขยายขนาด (scaling law)ความสัมพันธ์ที่พบจากการทดลองว่า loss ลดลงแบบกฎกำลังเมื่อเพิ่มขนาดโมเดล ข้อมูล และการคำนวณไปพร้อมกัน ดีขึ้นแต่ช้าลงเรื่อยๆดูคำศัพท์ทั้งหมด คือสิ่งที่พบจากการทดลอง (Kaplan et al. 2020; Hoffmann et al. 2022): เพิ่มพารามิเตอร์ N ข้อมูล D และการคำนวณพร้อมกัน loss จะลดอย่างราบรื่นตามกฎกำลัง (power law)
ตารางของเล่น: loss มี "พื้น" ที่ 1.7 ส่วนที่เกินพื้นลดครึ่งทุกครั้งที่โมเดลใหญ่ขึ้น 10 เท่า (สมมติว่าข้อมูลและการคำนวณเพิ่มตาม)
| N (พารามิเตอร์; M = ล้าน, B = พันล้าน, T = ล้านล้าน) | loss | ส่วนเกินจากพื้น |
|---|---|---|
| 100M | 3.7 | 2 |
| 1B | 2.7 | 1 |
| 10B | 2.2 | 0.5 |
| 100B | 1.95 | 0.25 |
| 1T | 1.825 | 0.125 |
ถ้าขยายแต่ N โดยข้อมูลเท่าเดิม ผลจะดีขึ้นน้อยลงจนแทบหยุด
ค่าใช้จ่ายวัดเป็น ปริมาณการคำนวณ (compute, FLOPs)จำนวนการคูณและบวกเลขทั้งหมดที่ใช้ฝึกโมเดล ประมาณคร่าวๆ ได้ว่า 6 × จำนวนพารามิเตอร์ × จำนวน tokenดูคำศัพท์ทั้งหมด ราว C ≈ 6 × N × D (ต่อพารามิเตอร์ต่อ token: รอบเดินหน้าราว 2 การคำนวณ รอบย้อนกลับราว 4)
ข้อที่แล้วใช้ 20 token ต่อพารามิเตอร์ ตรงกับกฎคร่าวๆ จาก Chinchilla (70B พารามิเตอร์, 1.4 ล้านล้าน token): เมื่องบการคำนวณคงที่ ใช้ราว 20 token ต่อพารามิเตอร์ ได้ loss ต่ำสุด (compute-optimal)
รุ่นหลังหลายตัวฝึกนานกว่านั้นมาก เช่น Llama 3 8B ใช้กว่า 15 ล้านล้าน token (กว่า 1,800 ต่อพารามิเตอร์) เพราะโมเดลเล็กใช้งานถูกกว่า (บทที่ 6)
ยิ่งโมเดลใหญ่และข้อมูลมาก loss ยิ่งลด แต่ทุก 10 เท่าได้ผลน้อยลง ค่าคำนวณตอนฝึก ≈ 6ND

มังคุด
งั้นแค่ทำให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ ใช่มั้ย?