บทที่ 5 · จากเครื่องเดาคำ สู่ผู้ช่วย หน้า 5/12 ~3 นาที

ให้คนเลือก A หรือ B แล้วสร้างกรรมการให้คะแนน

ข้อมูลความชอบ (preference data) คือบันทึกจำนวนมากแบบนี้: คำถาม คำตอบ A กับ B และอันที่ชนะ ผู้ตัดสินมักเป็นคน หรือ AI ที่ตัดสินตามเกณฑ์

จากนั้นสร้าง โมเดลให้คะแนน (reward model, preference data)โมเดลที่อ่านคำถามกับคำตอบแล้วให้คะแนนเป็นตัวเลขเดียว ฝึกจากข้อมูลความชอบ (คู่คำตอบ A/B ที่คนเลือกว่าอันไหนดีกว่า) ให้คำตอบที่ชนะได้คะแนนสูงกว่าดูคำศัพท์ทั้งหมด ซึ่งมักเป็น LLM ที่เปลี่ยนชั้น unembedding (บทที่ 3) ให้ออก ตัวเลขเดียว คือคะแนนรางวัล r

แปลงคะแนนเป็นโอกาสด้วยสูตร Bradley–Terry:

σ คือ sigmoid ซึ่งก็คือ ซอฟต์แมกซ์ (softmax)สูตรที่เปลี่ยนคะแนนดิบเป็นความน่าจะเป็นที่รวมกันได้ 100% โดยยก e กำลังคะแนนแล้วหารด้วยผลรวมดูคำศัพท์ทั้งหมด (บทที่ 1) ที่มีสองตัวเลือก

ถ้า และ (ผลต่าง 1.3):

reward model ทำนายว่าคนจะชอบ A 78.6% และ B 21.4%

ตอนฝึก reward model ถูกปรับให้คำตอบที่ชนะจริงได้โอกาสนี้สูง (สูตรในหน้าเสริม)

ลองแก้คะแนน r ดู แล้วลอง 2.5 กับ 1.2 (บวก 1 ทั้งคู่) ผลเปลี่ยนไหม?

ความชอบ: คำตอบ A vs B

แก้รางวัล r ได้ตั้งแต่ −5.0 ถึง 5.0 แล้วดูว่า % เปลี่ยนยังไง ผลรวมยังเป็น 100% เสมอ

ตาราง softmax: รางวัล r, e ยกกำลัง และโอกาส p
คำตอบรางวัล rezp
คำตอบ A
4.481778.6%
คำตอบ B
1.221421.4%
รวม5.7031100.0%
  • คำตอบ A78.6%
  • คำตอบ B21.4%
ลองบวก 1 ให้ทุกคำตอบ — % ไม่เปลี่ยนเลย

reward model ให้คะแนนคำตอบเป็นตัวเลขเดียว และโอกาสที่คนจะชอบ A มากกว่า B ก็คือ softmax ของคะแนนสองตัวนั้น

มังคุด มาสคอตมังคุด

มังคุด

เหมือนประกวดร้องเพลงที่กรรมการแค่ชี้ว่าคนไหนดีกว่าใช่มั้ย?